ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแจงกรณีลูกเรือไทยถูกจับคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ยันเครื่องเอ็กซเรย์มีไว้ตรวจระเบิดไม่ได้มีไว้เพื่อจับยาโดยตรง เผยสถิติล่าสุดจับยาเสพติดผ่านสนามบินได้แล้วกว่า 211 กิโลกรัม
วันที่ 30 มิ.ย. 69 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ชี้แจงกรณีลูกเรือชาวไทยของสายการบินแห่งหนึ่งถูกทางการออสเตรเลียควบคุมตัว หลังตรวจพบยาเสพติดในสัมภาระ โดยยืนยันว่าระบบตรวจสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องของสนามบินปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินสากล และมีหน้าที่ตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจหายาเสพติดโดยตรง
ทสภ. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าสัมภาระของลูกเรือรายดังกล่าวผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ในระบบสายพานลำเลียงขาออก และไม่พบวัตถุหรือสารระเบิด จึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นเครื่องบินตามขั้นตอนปกติ โดยระบบที่ใช้งานเป็นเทคโนโลยี Explosive Detection System (EDS) ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันภัยคุกคามด้านความปลอดภัยการบิน
พร้อมกันนี้ ทสภ. ชี้แจงว่าการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ภายใต้โครงการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส.
กรมศุลกากร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง วิเคราะห์ความเสี่ยง และคัดกรองผู้ต้องสงสัยทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผ่านสนามบิน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดคดียาเสพติดที่ลักลอบผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้แล้ว 23 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 211 กิโลกรัม พร้อมยกระดับมาตรการเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด









