ดีเอสไอ เผย “นักการเมือง-ดาราชาย” ยังไม่ถูกออกหมายเรียกคดี Forex แต่พบหลักฐานโยงเส้นทางเงินชัดเจน เล็งสแกนบริษัทผู้ให้บริการรับ-ส่งเงิน
ความคืบหน้ากรณีปฏิบัติการ “Shutdown the laundering“ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บูรณาการร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก เข้าตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ในพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด พร้อมยึดของกลางมูลค่ามหาศาล อาทิ เงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง อาวุธปืน และอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุดวันที่ 18 มิ.ย.69 ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการทยอยสอบสวนปากคำพยานผู้เสียหายที่มีเป็นจำนวนมาก ควบคู่ไปกับการเร่งรวบรวมและวิเคราะห์พยานหลักฐานสำคัญ ทั้งนี้ ยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาหรือขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลใดแต่อย่างใด
รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของกลุ่มนักการเมือง คณะพนักงานสอบสวนตรวจพบหลักฐานเส้นทางการเงินหลายรายการจากบัญชีธนาคารของบริษัทที่รับซื้อขายเงินตราต่างประเทศดังกล่าว โอนไปยังบัญชีธนาคารของนักการเมืองชาย ในลักษณะคล้ายการรับผลประโยชน์ จึงกลายเป็นหลักฐานบ่งชี้เบื้องต้นให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย โดยตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Hardware wallet) แต่อย่างใด
ขณะที่ความเกี่ยวพันของคนในวงการบันเทิงนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถหรูซูเปอร์คาร์และรถจักรยานยนต์หลายรายการรวมมูลค่าหลายล้านบาทมาเป็นของกลาง เนื่องจากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการซื้อขาย Forex ดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดบัญชีธนาคารในเครือข่ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 77 ราย แบ่งเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา 57 ราย และบัญชีนิติบุคคล 20 ราย โดยประเด็นการสอบสวนในขณะนี้ได้มุ่งเจาะลึกไปที่กลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางการชำระเงิน หรือ Payment Gateway ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับ-ส่งเงินระหว่างกลุ่มนักลงทุนกับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ขณะเดียวกันตลอดวันที่ 17 ถึง 18 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทยอยลำเลียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้รวมกว่า 10 คัน มาจอดและตั้งรั้วเหล็กกั้นตรึงพื้นที่อย่างเข้มงวด บริเวณด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.69 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยคณะทำงานกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันเปิดเวทีแถลงผลการปฏิบัติงานและสรุปรายงานความคืบหน้าภาพรวมทั้งหมด โดยจะมีการเปิดเผยแผนผังรายชื่อบุคคล นิติบุคคล และบริษัทเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงระบุจำนวนมูลค่าความเสียหาย และจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดในคดีนี้ให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป









