“สีหศักดิ์”แจงคณะทูต ไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ UNCLOS ซัดเขมรจ้องคุยแบ่งทรัพยากร เลือกวิธีปิดประตูความสัมพันธ์ ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ
วันนี้ (5 มิ.ย.69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวภายหลังการพูดคุยกับคณะทูต 67 คน และองค์การระหว่างประเทศ ในกรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อจัดการเขตแดนทางทะเลและพื้นที่ไหล่ทวีป โดยอ้างเหตุผลว่าประเทศไทยยกเลิก MOU 2544 ทำให้ไม่มีช่องทางเจรจา ทั้งที่ฝ่ายไทยย้ำมาตลอดว่าการยกเลิกเพื่อเปิดทางสู่การเจรจาบริบทใหม่ที่โปร่งใสกว่าเดิม
สิ่งที่น่าจับตาคือ กัมพูชาได้สอดแทรกเงื่อนไขว่าหากตกลงเรื่องเขตแดนไม่ได้ ให้ใช้มาตรการชั่วคราวในการพัฒนาร่วมและแบ่งปันทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน ซึ่งฝ่ายไทยแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง เนื่องจากกระบวนการของ UNCLOS จำกัดเฉพาะเรื่องเขตแดน ไม่รวมถึงการแบ่งผลประโยชน์พลังงาน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เรากังวลใจและไม่สบายใจคือ ในการหารือระหว่างนายกฯ ทั้ง 2 ประเทศ ที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ได้พูดถึงเรื่องเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เน้นกระบวนการพูดคุยระหว่างกันในทุกเรื่อง ที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ แต่การกระทำของกัมพูชาครั้งนี้ถือเป็นการปิดประตูสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ จนไทยต้องเตรียมนำเรื่องความสัมพันธ์ชายแดนและเขตแดนทางบกกลับไปทบทวนใหม่ทั้งหมด
พร้อมย้ำว่าไทยไม่ได้ถูกลาก เพราะเราเข้าสู่กระบวนการนี้ ภายใต้ UNCLOS แต่ไม่ได้ไปตามเงื่อนไขของฝ่ายกัมพูชาแน่นอน สำหรับขั้นตอนต่อไป ประเทศไทยเตรียมเสนอชื่อผู้ประนีประนอมฝ่ายไทยจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเล เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมายและต้องกลับมาเจรจากันเองในที่สุด









