ครม. เห็นชอบเสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูสามพันโบก–ซากดึกดำบรรพ์–วัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีระดับโลก
วันที่ 24 มิ.ย.69 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม และสิรินธร รวมพื้นที่กว่า 1,829 ตารางกิโลเมตร มีจุดเด่นทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “สามพันโบก” แหล่งหินธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขง รวมถึงหน้าผา เสาหินเฉลียง และแหล่งซาก
ดึกดำบรรพ์สำคัญของประเทศ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก สะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตของประเทศไทย
นอกจากคุณค่าด้านธรณีวิทยาแล้ว อุทยานธรณีอุบลราชธานี ยังโดดเด่นด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น เช่น ประเพณีตักปลาปากบ้อง วิถีชุมชนริมแม่น้ำโขง และความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งเชื่อมโยงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ปัจจุบันประเทศไทยมีอุทยานธรณีโลกยูเนสโกแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และ อุทยานธรณีโลกโคราช ขณะที่อุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณา
ทั้งนี้ ไทยจะต้องแจ้งความจำนงต่อ ยูเนสโก ภายในวันที่ 1 ก.ค.69 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 69 ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมินพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโก รัฐบาลเชื่อว่าหากได้รับการรับรอง จะช่วยเพิ่มการรับรู้ของนานาชาติต่อแหล่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมของไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว









